รู้จัก functional training ให้มากขึ้นกับเทรนเนอร์ ‘เปิ้ล’ แห่ง Energy Bootcamp

เรื่องโดย วรรณวรา สุทธิศักดิ์

เอื้อเฟื้อภาพ กนกวรรณ ประภาโสมิล , Energy Bootcamp

            เหล่าคอออกกำลังกายทั้งหลายคงจะได้ยินการออกกำลังกายประเภท Functional training กันมาบ้างแล้ว บ้างเข้าใจ บ้างสงสัยว่ามันเหมือนหรือแตกต่างจากการออกกำลังกายปกติที่เราๆ เล่นอยู่ยังไงบ้าง เอาล่ะ อย่าให้ปัญหาคับอก เพราะเราชวนเทรนเนอร์ตัวจริงที่เทรนการออกกำลังกายแบบ Functional Training มาแล้วกว่า 3 ปี มาไขข้อข้องใจ และเปิดโลกการออกกำลังกายแบบใหม่นี้ให้เราได้รู้จักกันมากขึ้น กับเทรนเนอร์ เปิ้ล กนกวรรณ ประภาโสมิล แห่ง Energy Bootcamp

 

5

 

Fitalika : Bootcamp คืออะไร?

Pern : จริงๆ ให้นึกถึงการฝึกของทหาร เพราะมันเริ่มมาจากตรงนั้น มันก็จะมีทั้งวิดพื้น ซิทอัพ  จากคำสั่งของผู้นำ ก็คือเทรนเนอร์นั่นเอง ในเวลาสั้นๆ  1 ชั่วโมง แต่ว่าได้ออกกำลังกายครบทุกอย่างเลย และมีอุปกรณ์เสริมด้วย ที่ Energy Bootcamp เราจะมีดรัมเบลล์ ,TRX , medicine ball, stair climbing แล้วก็ bench ของคลาสเราจะออกแบบแตกต่างกันไปทุกวัน เพื่อที่จะให้นักเรียนมีความตื่นเต้น ให้รู้สึกว่าวันนี้เราจะโดนอะไร จะให้เราทำอะไร เพราะฉะนั้นเราก็จะมีฐานด้วย มีแบบออกไปพร้อมๆ กัน แล้วก็มี partner workout ด้วย คือออกไปพร้อมๆ กันเป็นคู่

 

Fitalika : การออกกำลังกายแบบนี้ได้อะไรกับร่างกายบ้าง

Pern : “ได้เสริมสร้างกล้ามเนื้อและเผาผลาญไขมัน ทำให้ระบบเผาผลาญของเราทำงานดีขึ้น กระบวนการเผาผลาญไขมันจะได้จากการเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ก็คือการทำคาร์ดิโอ ของเราก็จะมีการปั่นจักรยานด้วย ใน 12 นาที เราจะมีทั้งช้าและเร็ว คือจะทำให้หัวใจได้เต้นเร็วและได้พักในเวลาสั้นๆ แล้วการยกน้ำหนักก็จะช่วยเบิร์นด้วยเหมือนกันแถมยังเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วย คือก่อนอื่นจะไปทำลายกล้ามเนื้อก่อน หลังจากที่เราออกเสร็จในวันนั้นจะเป็นการฟื้นฟู ณ ตอนนั้นจะทำให้เรายิ่งใช้พลังงานมากขึ้นไปอีก เพราะถ้าเราวิ่งอย่างเดียว เมื่อหยุดวิ่งร่างกายก็จะหยุดเบิร์นละ แต่ถ้าเรายกน้ำหนักปุ๊ป พอเรากลับบ้านไปมันจะเข้าสู่ระบบการซ่อมแซม เราก็จะต้องใช้พลังงานในการซ่อมแซมอีก เพราะฉะนั้นมันก็จะเบิร์นต่อไปเรื่อยๆ ”

“สำหรับผู้หญิงส่วนใหญ่จะคิดว่ายกน้ำหนักแล้วจะทำให้กล้ามใหญ่ ซึ่งตรงนี้มันแล้วแต่ว่าเรามีฮอร์โมนเพศชายเยอะแค่ไหน บอกเลยว่าผู้หญิงกล้ามขึ้นยากมาก จะเน้นเรื่องกระชับมากกว่า”

 

3

 

Fitalika : การออกกำลังกายประเภทนี้ ฝึกแล้วต้องหยุดพักก่อนหรือฝึกต่อได้เลย

Pern : “ตรงนี้แล้วแต่ความฟิตของแต่ละคน เพราะนักเรียนของเราจะมีทั้งที่เริ่มต้นออกกำลังกายใหม่ๆ อาจจะต้องพักเยอะหน่อย สำหรับคนที่ออกมานานแล้วอาจจะต้องเพิ่มการออกกำลังกายให้มากขึ้นและยากขึ้นไปอีก เพื่อที่จะให้เห็นผลลัพท์ เราต้องท้าทายตัวเอง”

 

Fitalika : ที่ Energy Bootcamp เรียนไปแล้วได้ผลลัพท์ยังไงบ้าง

Pern : “ถ้าเป็นผลลัพท์ในระยะสั้นจะเห็นได้ว่าเราแข็งแรงมากขึ้น การใช้ชีวิตประจำวันจะเหนื่อยน้อยลง ทำให้ทำอะไรสะดวกรวดเร็ว มีพลัง คล่องตัวมากขึ้น แล้วก็มีเพื่อนทักว่าไปทำอะไรมารู้สึกว่าหุ่นดีขึ้น รู้สึกตัวแน่นขึ้น ใส่เสื้อผ้าแล้วดูดี ส่วนเกินหายไป ก็จะมีคนทัก หลังจากนั้นถ้าออกไปเรื่อยๆ เราจะเห็นด้วยตัวของเราเองว่าเรากระชับขึ้นนะ เราเฟิร์มขึ้น นักเรียนของเรามีผลลัพท์หมด”

 

4

 

Fitalika : ดูแลตัวเองในแบบฉบับเทรนเนอร์ยังไง

Pern : “ส่วนใหญ่เปิ้ลจะทำกับข้าวทานเองค่ะ คือจะเลือกว่าจะทานอะไร จริงๆ ก็ทานได้หมด อย่างพิซซ่าก็ทานนะ แต่จะเน้นเป็นบางกรอบ และไม่ใส่อะไรที่มันๆ หรือปรุงแต่ง ก็สั่งเป็นเห็ดเป็นสับปะรดก็ได้”

 

Fitalika : ทำไมก่อนออกกำลังกายต้องกินคาร์บเยอะๆ

Pern : “จริงๆ การกินคาร์บก็ไม่ใช่เรื่องแย่นะ ดีด้วยซ้ำ เพราะการที่เราไปออกกำลังกายเราต้องใช้พลังงาน ถ้าเราไม่กินคาร์บปุ๊ปเราจะไม่มีพลัง ออกกำลังกายได้ไม่เต็มที่ แล้วก็จะไม่เห็นผลลัพท์ แล้วก็จะทำให้ทำร้ายตัวเองมากขึ้นไปอีก”

 

Fitalika : แนะนำวิธีการพักผ่อนสำหรับคนที่ออกกำลังกายแบบ Functional training

Pern : “อย่างที่บอกไปคือก่อนเล่นควรจะกินคาร์บมาให้มีพลังงาน หลังเล่นเสร็จเราได้ทั้งเบิร์นด้วยได้ทั้งไปสลายกล้ามเนื้อเพื่อที่จะให้มันเพิ่มขึ้นมา เพราะฉะนั้นเราต้องทานโปรตีน ทานอาหารเข้าไปเพื่อให้ร่างกายได้เสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ แล้วก็นอนพักให้เพียงพอ แต่ละคนอาจจะนอนไม่เท่ากัน ก็ประมาณ 6-8 ชั่วโมงกำลังดี”

 

7

 

Fitalika : การออกกำลังกายแบบนี้ให้อะไรกับตัวเทรนเนอร์บ้าง

Pern : “ออกกำลังกายประเภทนี้มาประมาณ 3 ปี สิ่งที่ได้ตอนแรกเลยคือแข็งแรงขึ้นมาก หุ่นดีขึ้น ตอนแรกๆ คือไม่มีความรู้มาก่อนเลย ก็เลยรู้สึกว่าถ้าเราชอบจริงๆ ทำไมไม่เรียนมันซะเลยล่ะ พอเรามีความรู้ปุ๊ปแล้วได้มาลอง Functional  training มันได้จริงๆ คือหุ่นดีขึ้นมาก และแข็งแรงขึ้นมาก”

 

Fitalika : จุดมุ่งหมายการเป็นเทรนเนอร์ของคุณคืออะไร

Pern : “จริงๆ อยากให้ทุกคนรู้วิธีการออกกำลังกายที่ถูกต้อง และรู้จักดูแลตัวเอง เพราะตรงนี้สำคัญมาก เหมือนเรามองตัวเองเมื่อก่อนที่ไม่รู้อะไรเลย ทั้งๆ ที่เราอยากออกกำลังกาย อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่เราไม่มีความรู้ แล้วเราก็นึกขึ้นมาได้ว่าคนแบบนี้มีเยอะนะ เราก็เลยอยากช่วย ให้คนได้ลุกขึ้นมาดูแลตัวเอง รู้ว่าวิธีที่ถูกต้องเป็นยังไง แล้วก็จะทำให้เรามีกำลังใจอยากทำต่อไปเรื่อยๆ”

 

Fitalika : บางคนอาจจะไม่กล้าเข้าคลาส bootcamp จะสลายความกลัวนี้ได้ยังไง

Pern : “อย่าไปคิดมากขนาดนั้นค่ะ เพราะในคลาสก็ใช่ว่าทุกคนจะฟิตกันไปหมด บางคนอาจจะมาครั้งแรก บางคนอาจจะมานานแล้วแต่ก็ยังไม่ค่อยได้ เราก็ค่อยๆ มาเริ่มต้นกันไป เพราะทุกคนน่ารักหมดเลย ทั้งฝรั่ง คนไทย พอเข้าคลาสแล้วจะเป็นเพื่อนกันหมด แล้วก็จะช่วยกัน ในแต่ละเลเวลก็จะรวมกันหมดเลยในคลาสเดียว เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของเทรนเนอร์ที่จะทำยังไงให้ทุกคนออกกำลังกายในเวลาเท่ากัน แต่ให้ได้ออกกำลังกายในศักยภาพของตัวเอง แล้วเราจะมีแนะนำสำหรับคนเล่นใหม่ เรื่องท่าทางที่ใช้ท่าเดียวกัน แต่ละเลเวลลงมา”

 

9

 

*เพิ่มเติม* : Bootcamp คือหนึ่งในรูปแบบการออกกำลังกายประเภท Functional training เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยหากเราพูดรวมๆ ไปด้วยกันจากบทสัมภาษณ์ด้านบน

 

ขจัดความกลัวแล้วก้าวออกไปฟิตกับ Functional training ที่ Energy Bootcamp โดยเลือกสตูดิโอนี้เป็นส่วนหนึ่งในแพคเก็จออกกำลังกายของคุณได้ที่ http://fitalika.com/studios/energy-bootcamp/

 

 

Comments

comments