คาร์ดิโออย่างเดียว ส่งผลอย่างไรต่อร่างกายบ้าง?

รูป : pixabay.com

การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอมีข้อดีหลาย ๆ อย่าง ทั้งช่วยชะลอความแก่ของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ลดน้ำหนัก และยังดีต่อหัวใจด้วย เพราะคาร์ดิโอช่วยกระตุุ้นหัวใจให้ได้ทำงานหนักขึ้นจนระดับการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น เมื่อหัวใจได้ทำงานหนักขึ้นก็จะแข็งแรงขึ้นด้วย

 

แต่หากเราออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงการสร้างกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ก็คงไม่ดีนัก เพราะการยึดติดแต่คาร์ดิโออย่างเดียวแล้วไม่ผสมการออกกำลังกายรูปแบบอื่นเข้าไปด้วยจะส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อร่างกายในระยะยาวได้  เช่น

 

สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ

 

หากว่าคุณอยากทำโยคะท่าแฮนด์สแตนด์ได้ หรืออยากอุ้มหลานได้หลาย ๆ ครั้งตามที่พวกเขาร้องงอแงจะเอาแล้วละก็ ต้องเลิกออกกำลังแบบคาร์ดิโออย่างเดียวเพราะนั่นไม่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อเลย เราควรจัดแผนการออกกำลังกายให้ผสมทั้งคาร์ดิโอ การสร้างกล้ามเนื้อ และการเพิ่มความยืดหยุ่นเข้าไว้ด้วยกัน เพราะหากตัดการออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Resistance Training) ออกไปก็จะไม่ได้เสริมสร้างกล้ามเนื้อและไม่ได้กระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพอย่างที่ควรจะเป็น

 

ส่วนระยะเวลาที่แนะนำคือ ผู้ใหญ่ควรออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอชนิดความเข้มข้นระดับกลาง 2.30 ชั่วโมง/สัปดาห์ หรือหากออกแบบความเข้มข้นสูงก็จะอยู่ที่ 1.15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ แต่ต้องเพิ่มการออกกำลังกายแบบฝึกกล้ามเนื้อ (Strength Training) ร่วมด้วยอย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์

 

 

ไขมันไม่ลด

 

ยิ่งร่างกายชินกับการออกกำลังกายแบบเดิม ๆ เท่าไร ก็จะยิ่งเผาผลาญแคลอรีได้น้อยลงเท่านั้น หากอยากเพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญให้ดีขึ้นก็ต้องเพิ่มการออกกำลังกายรูปแบบอื่น ๆ เข้าไป ยิ่งเพิ่มกล้ามเนื้อมากเท่าไร ร่างกายก็จะยิ่งเผาผลาญพลังงานได้มากเท่านั้น การสร้างกล้ามเนื้อด้วยการออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Resistance Training) จะช่วยให้ร่างกายดึงไขมันออกมาใช้ตลอดทั้งวัน จริงอยู่ที่การคาร์ดิโอจะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี แต่หากทำบ่อยจนร่างกายปรับตัวได้และเข้าสู่ภาวะอิ่มตัวแล้ว การเผาผลาญก็จะลดลงอย่างน่าตกใจเลยละ ดังนัั้นคาร์ดิโอเพียงลำพังจะให้ผลไม่เหมือนเดิม ควรเปลี่ยนมาจับคู่กับการออกกำลังกายแบบแรงต้าน (Resistance Training) จะได้ผลดีกว่า

 

เจ็บปวดตามร่างกายตลอดเวลา

 

การปล่อยให้ร่างกายได้พักเพื่อฟื้นฟูตัวเองถือเป็นสิ่งจำเป็นมากต่อสุขภาพและความแข็งแรง ทำไมเหรอ ก็เพราะว่าการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอใช้ร่างกายเราอย่างหนัก หนักมากเลย หากว่าไม่ได้พักร่างจากการเคลื่อนไหวแบบต่อเนื่องตลอดเวลามาเล่นโยคะฟื้นฟู ก็อาจเจ็บหรือปวดร่างกายตลอดเวลาได้ หากว่าเล่นคาร์ดิโอจนเกินลิมิตร่างกายแล้วไม่ได้ออกกำลังกายรูปแบบอื่น ๆ ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายเลย เมื่อนั้นร่างกายเราก็จะเหนื่อยล้าและเครียดสะสมได้ ยกตัวอย่างเช่น วิ่งหรือเต้นมากเกินไป ร่างกายก็อาจเกิดการบาดเจ็บสะสมขึ้นได้ ทางแก้ก็คือออกกำลังกายหลากหลายประเภทสลับกัน (Cross Training) เพื่อให้ร่างกายได้มีเวลาพักและฟื้นฟูกล้ามเนื้อส่วนที่บาดเจ็บ

หากวันไหนอยากออกไปวิ่งเหลือเกิน แต่ก็รู้ว่าควรออกกำลังแบบสร้างกล้ามเนื้อมากกว่า ก็ขอแนะนำให้ออกกำลังที่รวมการเคลื่อนไหวอย่างบอกซ์จัมป์ (ฺBox jump) หรือเบอร์ปี (Burbee)  เพราะจะได้ผลลัพธ์เช่นเดียวกับการคาร์ดิโอและแบบฝึกกล้ามเนื้อ (Strength Training) ในทีเดียวโดยไม่ต้องโหมทำอย่างใดอย่างหนึ่งมากเกินไป และที่สำคัญเลย จำไว้ว่าต้องมีวันพักร่างกาย 1 วันต่อสัปดาห์เสมอ ออกหนักมากก็ต้องฟื้นฟูให้หนักกว่า

 

 

ปัญหาสุขภาพเรื้อรัง

 

คำว่า “เรื้อรัง” ฟังดูน่ากลัวใช่มั้ยล่ะ หากว่าคุณออกกำลังกายหนัก ๆ ซ้ำๆ เพื่อพยายามสร้างกล้ามเนื้อก็อาจเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงได้เช่นกัน ขณะเดียวกันการคาร์ดิโออย่างเดียวก็เสี่ยงเกิดการบาดเจ็บตามข้อต่อ ล้มกระดูกหัก หรือบาดเจ็บอื่น ๆ แต่ขณะเดียวกันการฝึกกล้ามเนื้อ (Strength Training) นั่นจะช่วยเสริมสร้างและรักษามวลกระดูกและลดอาการเอ็ดอักเสบและเอ็ดยึดอีกด้วย

 

ที่มา : womenshealthmag.com

Comments

comments